skip to Main Content
Work From Home เปรียบเทียบโซลูชั่น ใช้ค่ายไหนดี ในช่วง COVID-19

Work from Home เปรียบเทียบโซลูชั่น ใช้ค่ายไหนดี ในช่วง COVID-19

ช่วงที่ COVID-19 ระบาดหนักในขณะนี้ การทำงานที่บ้านหรือ Work from Home จึงได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ก็เป็นโจทย์สำหรับผู้บริหารเช่นเดียวกันว่าจะทำอย่างไรให้การทำงานมีประสิทธิภาพได้ไม่น้อยไปกว่าการทำงานปกติ ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจวิกฤตเช่นนี้แล้ว ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ที่จะปล่อยให้พนักงานทำงานที่บ้านอย่างเต็มรูปแบบ

โดยเครื่องมือที่เป็นที่นิยมใช้กับ Work from Home ในปัจจุบันก็มี 4 ค่ายหลักๆ ตามความนิยมใน App Store คือ Microsoft Teams (Office 365), Hangout Meets (Google G Suite), Zoom และ Cisco WebEx ซึ่งทุกแอพก็สามารถใช้ได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์, Smartphone และ Tablet โดยวันนี้เราจะมาทำความรู้จัก และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละตัว เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสม หรือถ้าบริษัทต้องใช้ตัวไหนแล้ว เราจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกันได้อย่างไร

  1. Microsoft Teams
Work from Home
Microsoft Teams มีผู้ใช้แตะหลัก 44 ล้านราย หลังเหตุการณ์ COVID-19

โปรแกรมตัวนี้ถือเป็นแกนหลักของ Office 365 ในฐานะที่เป็นตัวเชื่อมทุกระบบเข้าด้วยกันผ่านหน้าตาการแชทแบบง่ายๆ ถ้าให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนการนำความซับซ้อนของระบบจัดเก็บข้อมูลและ workflow ที่เรียกว่า SharePoint มาผสานกับความสามารถในการแชทของ Skype for Business จริงๆ แล้วในชุด Office 365 นั้นมีเครื่องมือสื่อสารหลัก 3 ตัวได้แก่ Teams (เสมือน Hub สำหรับการทำงาน), Yammer (Social Media ในองค์กร) และ Outlook (ระบบอีเมล) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันตามภาพ

จากตารางจะเห็นได้ว่า Teams จะโฟกัสไปที่ทีมงานที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป (ข้อจำกัดคือ ประชุมได้ไม่เกิน 250 คน) เน้นความรวดเร็ว แชร์ไฟล์เพื่อทำงานร่วมกันได้ง่ายดาย

ทีนี้เรามาลองดูกันว่าใน 1 วันของเราที่ทำงานนอกสถานที่ เราจะต้องเกี่ยวข้องกับแอพอะไรกันบ้าง

Work from Home

จะเห็นได้ว่า Teams นั้นเป็นหัวใจในการทำงานบน Office 365 แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจว่าไฟล์ที่เราเก็บและแชร์นั้น มันไปอยู่ที่ไหน ? (SharePoint หรือ OneDrive) ซึ่งตรงนี้เราจะมาลงรายละเอียดกันในตอนต่อๆ ไป

ข้อดี ที่ชัดๆ ของ Teams คือเราสามารถแชท และทำ VDO Conference รวมถึงบันทึกการประชุมได้ง่าย และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ เช่นการเบลอหลังในกรณีที่บ้านรก หรือไม่อยากให้คนที่ประชุมเห็นว่ามีอะไรรบกวนอยู่ข้างหลังเรา นอกจากนี้ก็มี gimmick เช่น stickers, การกด Like, Love ข้อความอีกด้วย

ส่วน ข้อเสีย คือ ระบบการจัดการไฟล์ที่ค่อนข้างซับซ้อน และการเปิดไฟล์ Office Documents บนออนไลน์นั้นมีความไม่สม่ำเสมอเมื่อเทียบกับการเปิดแบบออฟไลน์ นอกจากนี้ก็ยังอาจพบ bugs ได้เรื่อยๆ เพราะ Teams ถือเป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่มีการอัพเดทฟีเจอร์บ่อยมาก

2. Google Hangout Meets

Work from Home

ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เป็นโปรแกรมที่อยู่ในชุด G Suite และเป็นที่นิยมในหมู่ Startup และ SMEs เนื่องจากความง่าย และหน้าตาที่สะอาดสะอ้าน โดยการ join ประชุมสามารถทำได้ง่ายดาย ไม่ต้องสมัคร account เหมือน Microsoft ให้ยุ่งยาก ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมให้วุ่นวาย เพียงสร้าง Meeting และแชร์ link และให้ผู้เข้าร่วม กดปุ่ม join หรือจะเข้าร่วมจากการโทรเข้ามาในเบอร์ที่ระบุในตารางนัดก็ได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถแชร์ไฟล์ และหน้าจอขณะที่ทำการประชุมได้ด้วย

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นความเรียบง่ายก็จะแลกกับความสามารถที่ลดลง เพราะฟีเจอร์ก็จะไม่ได้เยอะมากมายเท่ากับ Microsoft Teams ตรงนี้ก็ต้องขึ้นกับความเหมาะสมว่าองค์กรของท่านต้องการความสามารถในการประชุมแค่ไหน

3. Zoom

Work from Home
จุดเด่นคือความง่าย

สิ่งที่ทำให้ Zoom เป็น solution ที่คนนิยมมากในการประชุมแบบ VDO Conference คือความง่ายในการใช้งานที่ไม่แตกต่างจาก Google Hangout Meets เหมาะสำหรับการประชุมที่ไม่ต้องการความซับซ้อนใดๆ เน้นแต่การใช้ VDO Conference เท่านั้น (แต่ก็ยังต้องดาวน์โหลดโปรแกรมลงเครื่องอยู่ดี) ทำการบันทึกเสียงได้ (แต่จำกัดขนาด) และยังมีฟังก์ชั่นด้านการประชุมที่ครบถ้วนมากที่สุดในบรรดาซอฟท์แวร์ด้าน VDO Conference ทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นทั้งข้อดี และข้อเสีย เพราะการทำงานคงไม่อาจพึ่งพาได้เพียงการโทรหากันเท่านั้น แต่ต้องมีระบบการเก็บไฟล์ การติดตามผล และการวางแผนงานที่เชื่อมต่อกันง่าย ไม่งั้นจะกลายเป็นซื้อหลายซอฟท์แวร์ แล้วต้องเอามารวมร่างกันอีก ตรงนี้ต้องวางแผนคิดให้ยาวๆ ครับ

ซึ่งราคาของ Zoom ถ้าใช้แบบจริงจังก็ไม่น้อยเลยคือ $14.99 เทียบเท่ากับการซื้อ Office 365 E3 หรือ Google G Suite Business ที่มีฟีเจอร์ที่จำเป็นต่อการทำงานอื่นๆ ไม่ใช่แค่เรื่องการประชุมแต่เพียงเท่านั้น

4. Cisco WebEx

Work from Home

เป็นอีกทางเลือกนึงที่เน้นด้าน VDO Conference โดยเฉพาะ ซึ่ง Cisco ถือเป็นผู้นำในด้านอุปกรณ์เครือข่าย บวกกับรูปลักษณ์หน้าตาของโปรแกรมที่สะอาดสะอ้าน และมีฟีเจอร์ที่จำเป็นในการประชุมออนไลน์ค่อนข้างครบ (แม้สัญญาณในเมืองไทยจะไม่ค่อยดีนัก) แต่ถ้าจะใช้ฟังก์ชั่นได้เต็มประสิทธิภาพก็อาจจะต้องซื้อ Hardware ราคาแพงมาใช้ควบคู่กันด้วย ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้น Cisco ก็มีปัญหาเช่นเดียวกับ Zoom คือด้วยตัวโปรแกรมเองไม่ได้มีระบบอย่าง Office 365 หรือ G Suite ที่เอาไว้ทำงานหลักมาด้วย ทำให้ต้องนำมาเชื่อมต่อกันอีก

ดังนั้นการใช้ Cisco WebEx จึงเหมือนต้องซื้อโปรแกรมที่ทำหน้าที่เดียวกันกับโปรแกรมที่มีอยู่แล้ว เช่น หากองค์กรของท่านมี Office 365 ซึ่งมี Microsoft Teams อยู่แล้ว การซื้อ Cisco WebEx ก็เท่ากับการซื้อสิ่งที่เรามีอยู่มาเพิ่มอีก จึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงให้ดีๆ เพราะราคาไม่ใช่น้อยๆ เลย (พอๆ กับการซื้อ Office 365 E3 เช่นเดียวกับ Zoom) โดยเฉพาะถ้านำมาใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีคนจำนวนมาก ก็แทบเหมือนกับว่าเราต้องซื้อ Office 365 จำนวน 2 ชุดให้พนักงานใช้ ซึ่งคงไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องรัดเข็มขัดกันในเวลานี้

หลังจากที่ได้รับทราบข้อมูลกันไปครบถ้วนแล้ว หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ครับ โดยที่ยังไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่ต้องการ Work from Home กันนะครับ

Back To Top
error

ถ้าชอบเนื้อหาของเรา โปรดกดติดตาม